เรื่องแมวแมว

                 

                 มารู้จักสายพันธ์แมวแล้วพร้อมที่จะเป็นทาสแมวกันเถอะ😺💘

ลักษณะของเจ้าเหมียวจะแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ โดยทั่วไปพันธุ์แมวทั้งหมดจะมีลักษณะเฉพาะตัว ทั้งทางกายภาพ ตลอดจนบุคลิกภาพและความชอบ การรับรู้ถึงสายพันธุ์ของน้องแมว จะช่วยให้เราเข้าใจลักษณะนิสัยและความต้องการของพวกเค้าได้ดีขึ้น รวมถึงดูแลได้อย่างเหมาะสมเพื่อให้พวกเค้ามีชีวิตที่ยืนยาวและมีความสุข เราจะมาแนะนำ 4 สายพันธุ์แมวที่น่าเลี้ยงที่สุด 



1.เมนคูน💙

แมวเมนคูนเป็นสายพันธุ์แมวขนาดใหญ่ที่สุดในโลก รูปร่างแข็งแรงกำยาและขาแข็งแรง หัวทรงเหลี่ยม ใบหูใหญ่และตั้งตรง ขนด้านนอกมีลักษณะยาวหนาเป็นมันและกันน้ำได้ดี มีขนชั้นในซ่อนอยู่ข้างใต้ ส่วนขนที่หัว คอและไหล่จะสั้นกว่าจุดอื่นแต่จะค่อย ๆ ยาวขึ้นเรื่อย ๆ บริเวณส่วนหลัง ข้างลำตัวและหาง ส่วนท้องกับสะโพกมีขนดกและหนา ที่โคนหูจะมีขนยาวเป็นพู่งามสง่า โดยแมวเมนคูนเพศผู้จะมีขนส่วนนี้หนากว่าเพศเมีย ส่วนขนที่หางจะยาวนุ่มสลวย บริเวณปลายหูจะมีขนยาวแซมออกมา เช่นเดียวกับบริเวณอุ้งเท้า มองผ่าน ๆ เหมือนใส่รองเท้าขนฟูหุ้มอีกชั้น แมวเมนคูนเป็นแมวสายพันธุ์ที่เพาะเลี้ยงออกมาได้หลายสี มากกว่า 30 สีเลยทีเดียว ส่วนสีตาอาจมีสีเขียว ทองหรือทองแดง แต่ถ้าแมวสีขาวอาจมีตาสีฟ้าหรือตาสองสีก็ได้
                              2.แมวเปอร์เซีย💚

     ทำความรู้จักแมวเปอร์เซีย (Persian Cat)

แมวเปอร์เซีย หรือ Persian Cat คือหนึ่งในสายพันธุ์น้องแมวขนสวยยาวเงางาม และจัดเป็นหนึ่งในสิบสายพันธุ์แมว ที่ได้รับความนิยมนำมาเลี้ยงมากที่สุดบนโลกสายพันธุ์หนึ่ง ด้วยขนที่สวย บวกกับความน่ารัก ความจงรักภักดีต่อเจ้าของ รักความสงบ ไม่ส่งเสียงดังเอะอะ และความฉลาดแสนรู้ของแมวเปอร์เซีย ทำให้น้องแมวสายพันธุ์นี้มัดใจให้หลายคนตกหลุมรักกันแบบถอนตัวไม่ขึ้น มาทำความรู้จักน้องแมวเปอร์เซีย กันให้มากอีกนิด แล้วคุณจะหลงรักน้องแมวเปอร์เซียยิ่งขึ้นไปอีกลักษณะเด่นของแมวเปอร์เซียอยู่ที่ตาที่โต กะโหลกกลม หน้าแบน แก้มแน่น และใบหูขนาดเล็กที่มีปลายมน ขนาดหัวที่ใหญ่ของแมวเปอร์เซียช่วยพยุงคอที่สั้น หลายคนอาจเคยสังเกตเห็นว่าแมวเปอร์เซียมีหน้าตาหลายแบบ เช่น หน้าแบนสุดๆ แบบ Peke-face หรือเป็นลุคเก่าที่จะเห็นว่าใบหน้าแมวเปอร์เซียมีความกลมขึ้นมาอีกนิดแบบ Doll-face ซึ่งอายุเฉลี่ยของแมวสายพันธุ์นี้อยู่ที่ 10 – 15 ปี                       

3.แมวสฟิงซ์ 💜

จุดเด่นของแมวสฟิงซ์คือเป็นแมว ไร้ขน แม้ดูภายนอกจะเหมือนแมวไร้ขน แต่อันที่จริงแล้วสฟิงซ์มีขนนุ่มละเอียดปกคลุมทั่วรางกาย ให้สัมผัสเหมือนเปลือกลูกพีช แมวพันธุ์นี้ไม่มีหนวดและขนตา หัวมีรูปทรงคล้ายกับหัวของแมวเดวอน เร็กซ์ ดวงตาลึกกลมคล้ายเลมอน รูปร่างของสฟิงซ์บอบบางแต่มีกล้ามเนื้อ อกหนากลม ขาเรียวยาวและดูโก่งจากอกทรงกลม หางยาวเรียวและสากเมื่อสัมผัส แมวสฟิงซ์ตัวอุ่นนุ่มเมื่อสัมผัสจนได้รับฉายาว่าเป็น “กระเป๋าน้ำร้อนเดินได้” ผิวหนังบางส่วนบนหัว ข้างลำตัว และขามีรอยย่น แต่บริเวณอื่น ๆ จะตึงเรียบ นอกจากนี้ผิวหนังยังมีสีคล้ำอย่างเห็นได้ชัด ทั้งยังมีลวดลายและสีสันหลากหลาย
4. แมวสก๊อตติสโฟลด์💓

ทำความรู้จัก สก๊อตทิช โฟล์ด [Scottish fold]
อีกหนึ่งสายพันธุ์น้องแมวที่เป็นที่รู้จักมากไม่แพ้สายพันธุ์ไหนก็คือ สายพันธุ์สก๊อตทิช โฟลด์ [Scottish fold] ที่มีหูพับอันเป็นเอกลักษณ์แสนเก๋ที่ไม่เหมือนใคร หน้ากลมแป้น ขนอุยนุ่มน่ากอด ทำให้น้องแมวพันธุ์สก๊อตทิช โฟลด์ น้องแมวผู้มาจากสก๊อตแลนด์ ยึดพื้นที่หัวใจเจ้าของหลายๆ คนไปแล้ว

แมวสายพันธุ์นี้มีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 11 – 14 ปี ความสูงอยู่ที่ 10 – 12 นิ้ว ด้วยหูที่พบลงมา ทำให้ใบหน้าของสก๊อตทิช โฟลด์ ดูกลม จนหลายคนให้คำอธิบายแมวสายพันธุ์นี้ไว้อย่างเห็นภาพว่าเหมือนกับ นกฮูก โดยใบหูของสก๊อตทิช โฟลด์ จะมีทั้งแบบพับงอไปด้านหน้า เรียกว่า single fold แบบพับงอที่มากขึ้นหรือ double fold และแบบที่พับราบไปกับหัว หรือ triple fold โดยลูกแมวที่เกิดมาแล้วมีใบหูตั้งก็อย่าเพิ่งตกใจไป เพราะใบหูของลูกแมวที่พับจะเริ่มมองเห็นเมื่อแมวมีอายุประมาณ 3 สัปดาห์     

ทั้ง 4 สายพันธุ์นี้เป็นสายพันธุ์ที่ มีความนิยมเลี้ยงกันในประเทศไทย หวังว่าคงจะถูกใจเหล่าทาสแมวไม่มากก็น้อย ส่วนใครที่จะเริ่มต้นการเป็นทาสแมว ก็หวังว่าเรื่องที่นำมาเล่าสู่กันฟังนี้จะช่วยให้สามารถเลือกน้องแมวได้เหมาะสมกับตัวเองนะคะ🙇🏻‍♀️💘


ความคิดเห็น